หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตัวแทนจากเครือมติชน โดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ปตท. เครือเจริญโภคภัณฑ์ และสยามคูโบต้า ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน "เกษตรมหัศจรรย์ วันเทคโนโลยีชาวบ้าน ครั้งที่ 2" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค
นายจักร์ชัย นุชประยูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ดูแลร้านซีพี เฟรชมาร์ท กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าวว่า ซีพีมองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวัตถุดิบทางการเกษตรในการทำอาหารต้องสด สะอาด ปลอดภัย เช่น พริกสวนที่นำมาใส่อาหารส่งออกของซีพีนั้น จะมีอยู่เพียงแหล่งเดียวมีคุณภาพของพริกคงที่
นายจักร์ชัย กล่าวว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านจะสร้างสินค้าให้มีคุณภาพคงที่ให้ซีพี เกี๊ยวกุ้งส่งออกทั่วโลกโดยมีวัตถุดิบนไทย 100% ไม่ว่าจะกินที่ไหนก็ราคาเดียวกัน คนอเมริกันกินราคาเท่าคนไทย
"เกี๊ยวกุ้งในงาน ซีพีขาย 3 แพ็ค 100 บาท ข้าวหน้าสเต็กแซลมอนซื้อ 1 แถม 1 สปาเก็ตตี้คาโบนาราก็ซื้อ 1 แถม 1 เหมือนกัน สินค้าตัวนี้ตอนแรกเราคิดว่าจะขายไม่ดี แต่กลายเป็นสินค้าขายดีในร้านซีพีเฟรชมาร์ท นักเก็ตกุ้งก็ซื้อ 1 แถม 1" รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ กล่าว และว่า รวมทั้งไก่ปรุงรรสและข้าวกล่องต่างๆ ซื้อ 3 ชิ้นจ่ายในราคา 2 ชิ้นเท่านั้น เรียกว่างานนี้ ซีพียอมหมดตัว
"ถ้าเราส่งออกข้าวสาร เราก็ได้แค่เงินจากการขายข้าวสาร แต่ถ้าเอาข้าวสารมาทำเป็นข้าวสุก แล้วส่งไปขายคนญี่ปุ่น คือข้าวปลาแซลมอน เราไม่ได้ขายวัตถุดิบ เราให้การสนับสนุนเทคโนโลยีของชาวบ้านที่กำลังทำให้วัตถุดิบมีมูลค่า ข้าวหอมมะลิเวลาหุงแล้ว แต่ละคนหุงได้ไม่เท่ากัน บางคนหุงแฉะ บางคนหุงไม่สุก เราก็มาศึกษาว่าข้าวหอมมะลิพันธุ์ใด เวลาสุกแล้วมีกลิ่นของความหอมคงที่อยู่ในโฟรเซน(frozen) แต่มูลค่าเพิ่มอยู่ในข้าวหอมมะลิที่เราหุงแล้ว อาหารถ้าอร่อยแล้ว ราคาเท่าไรเขาก็ซื้อ ถ้าเป็นข้าวกิโลกรัมละเท่าไร ก็คือข้าว แต่ถ้าอยู่ในฟู้ด ผมจะขายเท่าไรผมก็ขายได้ ถ้าเขากินแล้วติดใจ"
ฟังแล้วคงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเจ้าสัวซีพีถึงครองตำแหน่งเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทย...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น